โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) ป้องกัน & รักษาอย่างไร?

โรคข้อเข่าเสื่อม คือ โรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่พบมากในผู้สูงอายุ ผู้ที่เคยบาดเจ็บจากกีฬา หรือ อุบัติเหตุ ทำให้เกิดการเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ เกิดการทำลายโครงสร้างของกระดูกอ่อน ทั้งทางด้านรูปร่าง โครงสร้าง และการทำงานของกระดูกข้อต่อ และกระดูกบริเวณใกล้ข้อ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมและอาจมีความเสื่อมรุนแรงขึ้นตามลำดับ

นอกจากจะมีอาการไม่สบายขัดๆในข้อแล้ว จะมีอาการเจ็บปวดตามมาด้วยอาการบวม และอักเสบตามข้อ เวลาเคลื่อนไหวจะลำบาก เพราะมีอาการปวดตามมาตลอด จนทำให้ไม่อยากออกไปไหนเลย เช่น ไปตีกอล์ฟ เดินเล่น หรือไปเดินซื้อของหรือไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น

เมื่อเป็นนานเข้าขาจะผิดรูปโก่งออก ทำให้เสียบุคลิกภาพในการเดินและเสียคุณภาพชีวิตอย่างมาก การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง อาการเบื้องต้น และวิธีป้องกันจึงสำคัญมาก

โรคข้อเข่าเสื่อม คืออะไร?

สาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม จะเกิดจากการที่กระดูกอ่อนตรงข้อเข่าเกิดการสึกกร่อน หรือค่อยๆหายไปจนทำให้กระดูกตรงข้อต่อเสียดสีกัน จนเกิดอาการเจ็บปวด บวม และทรมานค่ะ

กระดูกอ่อนตรงข้อต่อสำคัญมากๆเลยนะค่ะ ให้นึกถึงจารบีตามจุดเชื่อมต่อของน็อตในล้อรถ เพราะกระดูกอ่อนก็ทำหน้าที่ลดการเสียดสีของกระดูกเวลาเราเดิน วิ่ง นั่ง ลุก และยืนค่ะ
ทีนี้พอจารบีหมด น็อตก็ต้องเสียดสีกันจนอาจจะทำให้น็อตขัดข้องในการทำงานได้ เช่นเดียวกันกับการที่กระดูกอ่อนหายไป การเสียดสีก็จะมีมากขึ้นจนเกิดการอักเสบ

สาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม เบื้องต้น มีดังนี้ค่ะ

โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจาการที่กระดูกอ่อนหายไปหรือมีน้อยลงเรื่อยๆ มาดูกันค่ะว่า สาเหตุมีอะไรบ้าง

  • การมีอายุที่มากขึ้น พอเราอายุมากขึ้น กระดูกอ่อนที่เข่าก็จะน้อยลงไม่เท่าเดิม ยิ่งในคนที่มีอายุที่ไม่ดูแลเรื่องอาหารและออกกำลังกาย ไม่มีการตรวจสุขภาพหรือพบแพทย์ พอปล่อยไว้นาน ก็จะมีอาการรุนแรงค่ะ
  • การมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้น ยิ่งเราน้ำหนักมากขึ้นเท่าไหร่ เข่ายิ่งต้องรับน้ำหนักมากขึ้นเท่านั้น การออกกำลังกายและควบคุมอาหารจึงจำเป็นสำหรับคนทุกวัยค่ะ
  • การเคลื่อนไหวร่างกายและนั่งผิดวิธี การเคลื่อนไหวร่างกายแบบทันทันใด การนั่งยองๆเป็นเวลานาน การนั่งพับเพียบสวดมนต์นานๆ การลุกๆนั่งๆเป็นประจำ การยกของหนักผิดวิธี ตลอดจนการออกกำลังกายผิดวิธี พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนมีผลต่อสุขภาพกระดูกอ่อนที่เข่าทั้งนั้น
  • การมีมวลกล้ามเนื้อน้อยลง เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะมีเซลล์ไขมันมากขึ้น แต่ปริมาณมวลกล้ามเนื้อจะน้อยลง นั่นเป็นเพราะระดับฮอร์โมนเพศที่ลดลง ยิ่งไม่มีการออกกำลังกายแบบออกแรงดัน เช่น เวท เทรนนิ่ง (Weight Training) มวลกล้ามเนื้อยิ่งจะมีน้อยลงอย่างรวดเร็ว มวลกล้ามเนื้อเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหวร่างกายร่วมกับกระดูกและข้อ พอมวลกล้ามเนื้อหายไป ข้อต่อต่างๆยิ่งจะต้องทำงานหนักมากขึ้น อัตราการเสื่อมสภาพก็จะมีมากขึ้นค่ะ
  • การขาดสารอาหารที่จำเป็น โดยเฉพาะสำหรับข้อและกระดูก เข่น แคลเซียม (Calcium) โพแทสเซียม (Potassium) แมกนีเซียม (Magnesium) วิตามินดี (Vitamin D) และโปรตีน (Protein) ในปริมาณที่พอเหมาะ ( 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 ก.ก.)
  • รวมถึงฮอร์โมนที่ช่วยการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก และสารโอเมก้า3 ที่ช่วยลดการอักเสบบาดเจ็บต่างๆในร่างกายก็เป็นสิ่งจำเป็น ยังพบว่าการใช้ชีวิตของคนปัจจุบันมักละเลยจุดนี้ จนเกิดเป็นโรคเรื้อรังขึ้นมาอย่างเช่นโรคข้อเข่าเสื่อมค่ะ
  • ตลอดจนสารอาหารที่ช่วยการสร้างสเต็มเซลและคอลลาเจน ก็เป็นส่วนสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย และเพิ่มน้ำหล่อลื่นข้อต่อต่างๆอันต้องประกอบด้วยคอลลาเจนชนิดหนึ่ง ซึ่งคอลลาเจนนี้ร่างกายต้องสร้างเองจากสเต็มเซลล์ (Stem Cell) และวิตามินซี (Vitamin C) ค่ะ

สารอาหารที่มีประโยชน์จึงจำเป็นและสำคัญมากสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้น

อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม มีดังนี้

1. มีการอักเสบ บวม และอาการปวดที่เข่า

อาการปวดอาจจะเกิดขึ้นตอนที่เราลุก เดิน หรือขึ้นบันได บางคนพออากาศหนาวหรือนอนอยู่เฉยๆก็จะมีอาการปวดขึ้นมาได้ คนไข้ที่มีการอักเสบร่วมด้วย เข่าก็จะบวมแบบเป็นๆหายๆค่ะ

2. เคลื่อนไหวลำบาก รู้สึกว่าเข่าฝืดหรือตึงมาก มีอาการขัดๆภายในเข่าเวลาเคลื่อนไหว

ส่วนใหญ่จะพบอาการตึงๆหรือรู้สึกลำบากในเคลื่อนไหวเร็วๆโดยเฉพาะตอนตื่นนอน ตอนเปลี่ยนท่า หรือขณะยืนและเดินค่ะ

3. เข่าเสื่อมสมรรถนะลง

จากที่เราเคยขึ้นบันไดได้คล่องๆ หรือเดินไกลได้โดยไม่รู้สึกอะไร พอข้อเข่าเริ่มเสื่อม เราก็จะมีอาการปวดและตึงมากขึ้น การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การใส่กางเกงและการเข้าห้องน้ำ ก็จะมีความคล่องตัวน้อยลงมากค่ะ

สัญญาณของโรคข้อเข่าเสื่อม ทุกคนคงพอนึกภาพออกแล้ว ใช่ไหมค่ะ ประเด็น คือ พอรู้อาการเบื้องต้นเราควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษา อย่าปล่อยไว้นาน จนกระดูกอ่อนหายไปหมด หรือเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น ข้อเข่าโก่งงอผิดรูปค่ะ

โรคข้อเข่าเสื่อม ควรป้องกันและรักษาอย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนค่ะว่า ระดับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมที่เราเป็น มันถึงระดับไหนแล้ว

ถ้าเป็นในช่วงแรกๆ เราก็ต้องรักษาแบบประคับประคอง ดูแลเรื่องอาหาร อาหารเสริม การตรวจสุขภาพ ลดการใช้งาน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลุก นั่ง ยืน เดิน และการออกกำลังกายฝึกท่ากายบริหารที่เหมาะสม

แต่ถ้าเป็นระยะรุนแรงมากขึ้น ก็จะแนะนำให้พบแพทย์บูรณาการที่สามารถบำบัดด้วยการฝังเข็ม ฉีดวิตามินยาน้ำ หรือ PRP (Platelet Rich Plasma) หรือสารสกัดจากเลือดของผู้รับการบำบัด โดยนำเลือดคนไข้มาปั่นแยกสารสำคัญจากเกล็ดเลือดมาทำการฉีดรักษา

ตลอดจนใช้สเต็มเซลล์ (Stem Cell) ในการฉีดซ่อมแซมร่วมกับการใช้เลเซอร์เย็นใยแก้วในการบำบัดโดยจะลดอาการปวดได้ใน 24 ชั่วโมง และมีการซ่อมแซมกระดูกอ่อนได้ภายใน 1-3เดือน สามารถฉีดซ้ำได้ทุกสัปดาห์ประมาณ 1-5 ครั้ง แล้วแต่ความรุนแรง

ส่วนการผ่าตัดน่าจะเป็นวิธีสุดท้ายที่ดีที่สุดค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจแของแพทย์

โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก หมอจึงอยากแนะนำให้ป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ใช้เข่าอย่างถูกวิธี ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และบริหารกล้ามเนื้อรอบๆเข่าให้แข็งแรง อาจฝึกกับนักกายภาพบำบัด หรือเรียนพิลาทีสกับผู้ชำนาญเรื่องการฝึกกล้ามเนื้อมัดต่างๆในร่างกายโดยตรงที่สถาบันของเรา และรับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อคำแนะนำถึงการรักษาพร้อมวิธีป้องกันที่ถูกต้อง

ทีมนักกายภาพของสถาบันสุขภาพผิวหนังและการแพทย์ชะลอวัยแบบองค์รวม ดร.อรวรรณ มีคำแนะนำท่าออกกำลังกายง่ายๆ ที่ทำได้เองที่บ้านมาฝาก อยากให้สุขภาพเข่าแข็งแรง ต้องลงมือทำเลยนะคะ สุขภาพหาซื้อไม่ได้คะต้องทำเอง

ท่าออกกำลังกายเพื่อข้อเข่าที่แข็งแรง

1. นอนหงายหรือนั่งกับพื้นเหยียดเข่าใช้ผ้าเช็ดตัวพับรองใต้ข้อพับ ให้เข่างอเล็กน้อย เกร็งขากดเข่าลงบนผ้า ค้างไว้ 15-20 วินาที ทำชุดละ 10-20 ครั้ง

2. นั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิง ยกขาขวาขึ้นพร้อมกับกระดกข้อเท้า ค้างไว้ 15-20 วินาที ทำชุดละ 10-20 ครั้งและสลับเปลี่ยนข้างกัน

3. นั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิง ใส่ถุงทรายที่ข้อเท้าขวา ยกขาขวาขึ้น และค่อยๆวางขาลง ทำชุดละ 10-20 ครั้ง สลับเปลี่ยนข้างกัน

4. ยืนตรงหันหน้าเข้าหาเก้าอี้หรือราวจับ ยกขาขวาขึ้นจากพื้นจนกระทั่งเท้าแตะก้นจากนั้นวางเท้าลง ทำชุดละ 10-20 ครั้ง สลับเปลี่ยนข้างกัน


ที่สถาบันสุขภาพผิวหนังและการแพทย์ชะลอวัยแบบองค์รวมดร.อรวรรณได้ทำการบำบัดวิธีนี้มานานกว่าสิบปีได้รับผลการตอบรับที่ดีมาก และได้เคยทำการรักษาข้อเสื่อมโดยเสด็จพระราชกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ จนหมอได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สองครั้งสำหรับการนี้คะ

ท่านใดสนใจที่จะเข้ารับการตรวจรักษาข้อเข่าเสื่อมหรือมาเรียนกายบริหารและพิลาทีส ตลอดจนรับคำปรึกษาได้ที่ สถาบันสุขภาพผิวหนังและการแพทย์ชะลอวัยแบบองค์รวมดร. อรวรรณ ทั้ง 3 สาขา ตามรายละเอียดด้านล่างค่ะ

สาขากรุงเทพ: สุขุมวิท 02-6614431
สาขาภูเก็ต: 076-377679
หรือแวะสอบถามด้วยตนเองกับทีมงานของเราได้ที่ สถานี BTS ชิดลม ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30–18:30 ค่ะ
บทความนี้หากท่านเห็นว่ามีประโยชน์ กด Share ให้เพื่อนๆได้อ่านด้วยนะค่ะ

ขอบคุณรูปภาพจาก www.medium.com

Leave a Reply